มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จับมือ 12 สถานประกอบการ ลงนามด้านสหกิจศึกษา สร้างบัณฑิตเก่งวิชาการ เชี่ยวชาญการปฏิบัติ

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารจากสถานประกอบการจำนวน 12 แห่ง ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการปฏิบัติสหกิจศึกษาและการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการ  เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพนักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่เก่งวิชาการ เชี่ยวชาญการปฏิบัติ เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วสามารถทำงานได้ทันที  โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ผดุงศักดิ์ สุขสอาด รองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัย และอาจารย์ ดร.อัตนันท์ เตโชพิศาลวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ ลงนามเป็นพยาน ท่ามกลางคณะผู้บริหาร บุคลากรและนักศึกษาร่วมเป็นสักขีพยาน  ที่ห้องประชุม อาคารสหกิจศึกษา 

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์  กล่าวในพิธีการลงนามว่า รู้สึกยินดีที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ12 สถานประกอบการ ได้ลงนามความร่วมมือด้านสหกิจศึกษา ระหว่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กับสถานประกอบการประจำปี 2563  ซึ่งนับว่าเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งและจริงจังระหว่างกัน เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพนักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่  “เก่งวิชาการ เชี่ยวชาญการปฏิบัติ” เมื่อสำเร็จการศึกษาสามารถทำงานได้ทันที 

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับเรื่องสหกิจศึกษา ในอดีตระบบสหกิจศึกษา จะมีระยะเวลา  4  เดือน ซึ่งผลสะท้อนกลับจากสถานประกอบการพบว่า การไปสหกิจศึกษาเพียง 4 เดือนสั้นเกินไป การสอนงานยังไม่ครบถ้วน นักศึกษายังไม่ชำนาญ จึงได้ปรึกษาหารือกันและปรับแนวทางสหกิจศึกษาจาก 4 เดือน เป็น 8 เดือน โดยจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้กับผู้ประกอบการอย่างครบถ้วน มีโอกาส มีเวลาฝึกฝนทักษะ และเมื่อสำเร็จการศึกษาสามารถทำงานได้ทันทีไม่จำเป็นต้องทดลองงานอีก

“เพื่อให้มั่นใจว่า นักศึกษาของ ม.วลัยลักษณ์ เมื่อสำเร็จการศึกษาไปแล้ว จะเก่งทางวิชาการ และมีความเชี่ยวชาญทางการปฏิบัติอย่างแท้จริง ที่สำคัญสถานประกอบการได้ประโยชน์จากการทำงานของนักศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมจึงปรับเวลาสหกิจฯเป็น 8 เดือน อย่างไรก็ตามขณะนี้มหาวิทยาลัยมีสถานประกอบการที่ร่วมสหกิจศึกษาในประเทศกว่า 500 แห่ง และได้ส่งนักศึกษาไปสหกิจศึกษาต่างประเทศมาแล้วกว่า 17 ประเทศ  โดยจะขยายให้กว้างขวางยิ่งขึ้นต่อไป” ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าว

สำหรับการลงนามในครั้งนี้  มีเป้าหมายสำคัญเพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพนักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่  “เก่งวิชาการ เชี่ยวชาญการปฏิบัติ” เมื่อสำเร็จการศึกษาสามารถทำงานได้ทันที โดยมีผู้บริหารจาก 12 สถานประกอบการเข้าร่วม ประกอบด้วย บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์กรุ้ป จำกัด (มหาชน) สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย บริษัท อีเว้นท์ไทย จำกัด บริษัท เอ เอ็ม ซี อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลติ้ง จำกัด บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท จัดหางาน จ๊อบบีเคเคดอท คอม จำกัด บริษัท อิมแพ็คเอ็กซิบิชั่นแมเนจเม้นท์ จำกัด โรงแรม โรสวูด กรุงเทพ บริษัท วาย ไอ เอ็มคอร์ปอเรชั่น บริษัท แอ็คโมเมท จำกัด  และบริษัท ฟาร์เมชภาคใต้ จำกัด